[short story] Illusion : สมุดโน้ต

posted on 20 Feb 2008 16:20 by katterrin

 

นิยาย (พยายาม) สยองเรื่องแรก ที่อุตส่าห์แต่งจนจบ

มันช่างน่าดีใจจนน้ำตาไหลพรากจริงๆ

เพราะ ปกติแต่งเรื่องอะไรมาไม่เคยปั่นไปจนถึงตอนจบซะที

อะฮ้า...พิสูจน์ความสำเร็จได้แล้ววันนี้

v

v

v

...............................

บทที่ 1 สมุดโน้ต 

 สุขสันต์วันเกิดจ้ะ ฮิมิยะ ขอให้มีความสุขมากๆนะจ้ะ

เมสเสจข้อความซ้ำๆส่งมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่มีหยุดหย่อน ด้วยความที่หล่อนเป็นคนอัธยาศัยดี ยิ้มเก่ง จึงไม่แปลกอะไรที่หล่อนจะมีเพื่อนเยอะแยะมากมาย ทั้งสนิทชิดเชื้อทั้งแทบไม่รู้จัก ถ้าเป็นเวลาปกติฮิมิยะคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่หน้ามือถือ แต่ถ้าจะให้มานั่งยิ้มก็คงผิดกาลเทศะไปหน่อย ในเมื่อหล่อนเพิ่งถูกทักระคนหยอกล้อว่า หน้าแก่ไปอีกปี 

 

รู้จักแต่คำๆเดียวเหรอไงยะ หัดพิมพ์อะไรที่มันยาวๆกว่านี้บ้างสิ

 

 หญิงสาวขยี้หัวอย่างหงุดหงิดมากเป็นพิเศษ หล่อนมองเมสเสจด้วยสีหน้ารำคาญแต่ก็ยังเปิดดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า วันนี้เป็นวันที่อายุของฮิมิยะเวียนมาครบเลข ยี่สิบเก้า นับเป็นตัวเลขที่วิกฤตไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับคนที่แม้แต่แฟนยังไม่มี ทั้งๆที่เพื่อนหลายๆคนมีแฟนกันตั้งแต่มัธยมต้น หล่อนมักจะแก้ต่างปัญหาหนักอกเหล่านี้ ด้วยการโทษครอบครัวคร่ำครึที่เอาแต่ปิดกั้นหล่อน และ หน้าตาที่แสนจะธรรมดาจนจืดชืดของตัวเอง เมื่อทุกครั้งที่นึกถึง หรือ หัวข้อสนทนาเวียนมาถึงเรื่องนี้ สุดท้ายหล่อนก็มักจะลืม หรือเฉไฉไปเรื่องอื่นไปในเวลาไม่กี่นาที 

 

ติ๊งหน่อง....... 

 

เสียงออดหน้าห้องพักแผดเสียงดังจนฮิมิยะต้องรีบกุลีกุจอเปิดประตู ก่อนที่หล่อนจะแก้วหูแตกตายเพราะมีแขกมากดออดรุ่นเก่าเพลิน 

 

เอ๋..... 

 

มีพัสดุมาส่ง ช่วยเซนต์รับของด้วยครับ หลังจากที่รับของเรียบร้อยแล้ว ฮิมิยะก็เขย่ากล่องของขวัญลวดลายเรียบๆอย่างตื่นเต้น พลิกซ้ายขวามองหาชื่อผู้ส่งก่อนที่รอยยิ้มงดงามจะหุบลงทันที 

 

จากลุงงั้นเหรอหล่อนแทบจะโยนกล่องของขวัญทิ้งทันทีที่รู้ว่าใครส่งมา

ฮิมิยะไม่ค่อยมีความรู้สึกที่ดีกับคุณลุงของหล่อนเท่าไหร่นักแทบทุกคนในบ้านของหล่อนมีความเห็นตรงกันว่าคุณลุงนั้นเป็นโรคประสาทนอกจากนั้น เขาเป็นคนที่ไม่มีหลักมีแหล่ง สำมะเรเทเมาเช้าเย็นไปวันๆ ปล่อยให้คุณป้าทำงานหาเงินงกๆคนเดียว ฮิมิยะมองกล่องในมืออย่างเหม็นเบื่อก่อนที่จะโยนไปข้างๆ

 

 แกร๊ก.....ปุ..... 

 

เสียงอะไรบางอย่างเปิดตามมาด้วยมีอะไรบางอย่างหล่นลงมาทำให้หญิงสาวแปลกใจจนต้องชะเง้อคอมองดู.......  เห็นสมุดเล่มสีดำสนิทหลุดออกมาจากกล่อง วางแหมะอยู่บนพื้น

 

                      ……………………………………… 

 

เซกิคุง....อ่านอะไรเหรอ

ดวงตากลมโตชะเง้อมองดูผมด้วยรอยยิ้มจนแก้มปริ พลางกัดขนมปังเมล่อนคำโต เคี้ยวหงับๆด้วยสีหน้าเป็นสุข

 

  หนังสือพิมพ์.....ไม่เห็นเหรอไง ”  

 

เอ๋....ฉันหมายถึงว่าอ่านเรื่องอะไรต่างหากล่ะคัตสึมิดูลุกลี้ลุกลนเล็กน้อยเมื่อต้องพยายามที่จะอธิบายถึงอะไรบางอย่าง อาจจะเป็นเพราะไม่มั่นใจกับพจนากรมในหัวตัวเองล่ะมั้ง 

 

ก็ข่าวที่ประโคมกันเช้าเย็นนี่แหละ......ไอ้สังหารหมู่หน้าบ้านร้างน่ะเขาสะบัดเส้นผมที่ปิดหน้าก่อนจะทำหน้าแหยแก๋

 

  แหวะ....ขยะแขยง ไม่เห็นมันจะน่าสนใจตรงไหนเสียงกัดขนมปังเมล่อนดังกรวบๆ   

 

  ฉันไม่ชอบนักหรอก ไอ้สิ่งที่ไม่ควรมี น่ะ

 

  หา.....?ผมอดไม่ได้ที่จะอุทานอย่างงวยงงเวลาที่คัตสึมิมักจะพูดอะไรแปลกๆ แบบที่ไม่มีสามัญชนคนไหนใช้พูดกัน เขาทำหน้าเลิกลักอีกครั้งเมื่อเห็นผมไม่เข้าใจ ปากเล็กๆนั่นอ้าพะงาบๆเหมือนจะเรียบเรียงคำพูด แต่ก็ตัดบทไปทักทายเพื่อนคนอื่นเสียดื้อๆ  

 

บางที  ไอ้สิ่งที่ไม่ควรมี  ในความหมายของคัตสึมิอาจจะหมายถึง ขโมย ฆาตกร อะไรเทือกนี้ล่ะมั้ง 

 

อรุณสวัสดิ์ครับ อาจารย์ฮิมิยะเสียงสดใสของคัตสึมิเล่นเอาผมสะดุ้ง ผมหันไปมองอาจารย์ฮิมิยะก่อนจะโค้งหัวให้เล็กน้อย 

  

อาจารย์ฮิมิยะ เป็นอาจารย์วิชาภาษาอังกฤษที่สอนระดับพวกผม แต่ก็ไม่ได้น่านับถืออะไรมากมายเป็นพิเศษ เพราะฮิมิยะแทบจะไม่มีความน่าเกรงขามหรือรัศมีความเป็นครูอยู่ในตัวเลย ค่อนจะเป็นคนที่เป็นกันเองแบบไม่แยกฐานะชนชั้น นั่นจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่นักเรียนจะนับถือเหมือนพี่สาวคนหนึ่ง อาจารย์โบกมือให้ก่อนจะสาวเท้าเดินไปลิ่วๆ 

 

เหมือนอาจารย์ดูหม่นๆยังไงก็ไม่รู้ 

 

หม่นๆ? ”  

 

คิดแล้วแทบตีหน้าผาก คงต้องใช้เวลาอีกนานไม่น้อยเลย กว่าจะคุยกับคัตสึมิรู้เรื่อง             

    

                       ..................................................................................... 

 

.....มันก็แค่เรื่องบังเอิญหรอกน่าเสียงเล็กบ่นพึมพำอย่างขุ่นมัว หล่อนวางสมุดบันทึกสีดำลงทาบกับหนังสือพิมพ์ฉบับใหม่เอี่ยม ขนาดที่กลิ่นหมึกยังโชยแสบจมูก  

 

     ที่บ้านร้างเก่าหลังสวนสาธารณะเก่า เวลา 23.30 นาฬิกา ทางสถานีได้รับแจ้งจากคนพื้นที่ใกล้เคียงว่า พบศพและผู้บาดเจ็บสาหัส มีร่องรอยถูกฟันด้วยมีดขนาดใหญ่นับไม่ถ้วน หลังจากค้นบ้านพบซากเนื้อของหญิงสาวไม่ทราบที่มา จากตอนนี้ ทางฝ่ายพิสูจน์หลักฐาน กำลังนำศพไปชันสูตร คาดว่าจะทราบความคืบหน้าในไม่ช้านี้

 

 หญิงสาวทิ้งตัวลงบนเก้าอี้เลื่อนพลางนวดขมับเบาๆ ลดความเครียดที่แล่นชาปลาบไปทั้งตัว หลังจากที่ฮิมิยะพบสมุดปกหนังสีดำวางหล่น หล่อนก็ตัดสินใจเก็บมาใช้ทันที ด้วยความนึกสนุก จึงใช้สมุดนั่นแต่งนิยายสยองขวัญ....

 

ไม่แปลกอะไร....เพราะฮิมิยะเติบโตด้วยความฝันว่าจะเป็น นักเขียนนิยายสยองขวัญในอนาคต แต่ครอบครัวของฮิมิยะดูจะไม่พึงใจกับความฝันลมๆแล้งๆนัก   เงินเดือนไม่มาก คนไม่นับหน้าถือตา ด้วยเหตุผลร้อยแปดของพวกผู้ใหญ่ หญิงสาวจึงต้องทิ้งความฝันแล้วเดินตามเส้นทางที่วาดเอาไว้ล่วงหน้า 

 

แต่ความสนุกของหล่อนมันกำลังจะจบลง

เมื่อทุกๆถ้อยคำที่จรดบนสมุดนั่น เหมือนกำลังชักใยชีวิตของหล่อน      

ฮิมิยะกำลังเป็นตัวละครตัวหนึ่งในเรื่องที่หล่อนแต่งขึ้นมาเอง! 

 

อาจารย์ซานะคะ

หญิงสาวครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะเรียกชื่อหญิงวัยกลางคนที่กำลังซดกาแฟอย่างขะมักเขม้น 

 

คะ?ซานะมองหล่อนแผ่นแว่นใหญ่เกินขนาดเสียวทำคนใส่จมูกหัก ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน 

 

อาจารย์เคยแต่งนิยายรึเปล่าคะ 

 

โอ้ย...งานอดิเรกเชียวล่ะ อีหนูเอ้ย~ ” 

 

อาจารย์คิดว่ามันจะเป็นไปได้รึเปล่าคะที่เรื่องในนิยายมันจะเกิดขึ้นจริงๆหล่อนถามทั้งๆที่รู้ตัวว่าเป็นคำถามที่ฟังดูโง่เง่าซะเหลือเกิน หากซานะไม่ได้ปรามาสคำถามของฮิมิยะ กลับหัวเราะเล็กน้อยในลำคอ 

 

ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะจ๊ะ 

 

เอ๋..... 

 

บางทีนะเวลาฉันแต่งยังเกิดขึ้นจริงๆเล้ย~ ไม่ใช่อะไรหรอก พล๊อตมันเก่าออ  ละครมันก็เอามาจากชีวิตจริงน่ะแหละซานะพูดพลางหัวเราะเล็กน้อย 

 

จริงสิ.....นิยายที่เราแต่งมันก็พล๊อตเก่านี่ไม่เห็นจะเกี่ยวกับชีวิตเราเสียหน่อย

 

คิดไปเองแท้ๆ 

 

คิดได้เท่านั้น ฮิมิยะ ถึงกับยิ้มออก

 

                    .............................................................................. 

 

เสียงหัวเราะจากที่ไหนซักแห่งดังกึกก้อง 

 

แก....ไอ้ลูกทรพีตายๆไปซะ

หญิงสาวใบหน้าซีดเซียว นัยน์ตาลึกโหลแผดเสียงร้อง หากปลายเสียงสั่นระริก แทบจะกระอักความกลัวที่เอ่อล้นในจิตใจ 

 

ทรพี? มันก็เหมาะสมกับแม่ชั่วๆที่ขายลูกตัวเองได้ลงคอนั่นแหละชายหนุ่มร่างสูงโปร่งหัวเราะเสียงต่ำ มือหยาบกร้านมองปลายมีดในมือก่อนที่จะใช้มันเชยคางผู้เป็นแม่ขึ้น 

 

กว่าจะหนีออกมา กว่าจะตามแม่จนเจอ......มันยากนะ

 

  ปากแม่บอก แม่รักผม แต่ก็เอาแลกกับเศษเงินไปบำเรอพวกผู้ชาย ผมล่ะซึ้งในบุญคุณซะแทบแย่เลยล่ะ 

 

แก.....หุบปากนะ ไม่ใช่ฉันเหรอไงที่คลอดแกมา เลี้ยงแกจนโตขนาดนี้ ฉันเลี้ยงแกให้มาทำแบบนี้กับฉันเหรอไงหญิงสาวกัดฟันแน่น เมื่อชายหนุ่มจิกผมกระเซอะกระเซิงให้เงยหน้าขึ้น

 

  อย่าเอาเรื่องนี้มาทวงบุญคุณ ถ้าไม่ได้ค่าจ้างงามๆของคุณทวด แม่จะปล่อยให้ผมมีชีวิตอยู่เหรอ แล้วไม่ใช่แม่เหรอ ที่เลี้ยงผมให้ทำเรื่องชั่วๆเพื่อแม่    ถ้อยคำหยาบคายของลูกชายทำเอาหล่อนทำใจไม่ได้ ทั้งๆที่คำพูดนั้นไม่ได้แปลกจากความเป็นจริงซักเท่าไหร่เลย 

 

หล่อนเป็นผู้หญิงกลางคืน ใช้เรือนร่างแลกเงินขายตัวเองไปวันๆ

แต่วันดีคืนดีโชคดีได้คุณหนูท่าทางซื่อๆ โง่ๆมาให้เกาะกินไปวันๆ  แต่กลับพลาดพลั้งปล่อยตัวเองให้ท้องขึ้นมาโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ครั้นจะทำลายชีวิตนั้น สามีชั่วคราวก็ขอที่จะรับผิดชอบชีวิตนั้น โดยแลกกับที่พักอาศัยหรูหราฟู่ฟ่า เมื่อคลอดออกมาหญิงสาวก็ใช้ลูกของหล่อนเป็นเครื่องต่อรองแลกเงินก้อนโตจากแม่สามี ยิ่งเมื่อผลตรวจ DNA ออกตามที่หล่อนต้องการ หญิงสาวก็ได้รับความร่ำรวยเพียงชั่วข้ามคืน แต่หล่อนไม่เคยได้ทำหน้าที่ แม่ที่ดีเลยสักครั้ง ปล่อยให้สามีเลี้ยงบุตรชายงกๆเงินๆ ส่วนตนก็ไปหาความสุขเอากับ ยา ผู้ชาย และการพนันทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มเข้าสู่ลางร้าย เมื่อฝ่ายสามีเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว ฝ่ายแม่สามีก็เสียชีวิตหลังจากนั้นไม่นาน เงินทองที่มีเริ่มหมดลงรวดเร็วไปกับความสุขชั่วคราวหญิงสาวปล่อยให้ลูกที่อนาคตกำลังไปด้วยดีลาออกจากโรงเรียนและเริ่มทำงานเพื่อหาเงินมาเลี้ยงตัวเองและระบายความฟู่ฟ่าให้หล่อนด้วยการขโมยบ้าง ลักลอบขนส่งยาเสพติดบ้างแต่ไม่มีอะไรเพียงพอ

 

เมื่อหล่อนติดหนี้พนันก้อนโต!

 

หล่อนจึงตัดสินใจลูกในไส้ของตัวเองเพื่อปลดหนี้และแลกกับเศษเงินอีกเล็กน้อย ในขณะที่หญิงสาวย้อนกลับมาเป็นหญิงกลางคืนอีกครั้งบุตรชายก็กลับมาอีกครั้ง โดยพกพาความแค้นมาด้วยเต็มเปี่ยม  

 

   ฉันน่าจะฆ่าแกให้ตายไปซะตั้งแต่แรก

 

  ถ้าแม่ทำอย่างนั้นผมคงดีใจกว่านี้ แม่ไม่รู้หรอกว่าผมต้องเจออะไรบ้างนัยน์ตาวาวโรจน์ของบุตรชายทำให้หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ 

 

ผมควรจะทำยังไงให้สมกับความแค้นนั้นดีล่ะ 

 

                       .......................................................................

 

 หญิงสาวลุกพรวดจากเตียงนอน เหงื่อกาฬผุดไหลไปทั่วทั้งเนื้อทั้งตัว มือเรียวสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว หล่อนวางมันนาบกับหัวใจที่เต้นเร่าๆอย่างรุนแรง  

 

ฝันบ้าอะไรกัน หล่อนบ่นกับตัวเองอย่างหงุดหงิด ขยี้หัวด้วยความเคยชินอีกครั้งก่อนจะผุดลุกขึ้นจากที่นอน

 

                                     ................................................................................ 

 

Please stand up” เสียงหัวหน้าคนเก่งตะโกนก้องอย่างมั่นอกมั่นใจ ก่อนจะเสมองโคคิที่อยู่ในสภาพขาหักจนลุกไม่ได้ กับคัตสึมิที่ยังเสร่อนั่งอยู่ด้วยสายตาหงุดหงิด กระทั่งผมดึงแขนของเขาให้ยืนขึ้น เท็นจิถึงจะหันไปทางอื่น 

 

คราวหลังถ้าเท็นจิพูดอย่างนี้นายต้องยืนผมพูดเสียงดุ แต่คัตสึมิยังคงทำหน้าเหรอหรางุนงงก่อนจะพยักหน้าเอออออย่างเชื่อฟัง

 

  เปิดหน้า 52 ทำแบบฝึกหัดที่ 1 และ 2 นะคะอาจารย์ฮิมิกะลากเท้าเดินมาเขียนกระดานด้วยท่าทีอ่อนละโหยจนนักเรียนสังเกตได้ แม้แต่คัตสึมิเองก็เอาแต่มองอาจารย์จนลืมเปิดหนังสือไปเสียฉิบ

 

  อาจารย์ไม่สบายรึเปล่าคะเด็กสาวในห้องถามขึ้นอย่างเป็นห่วงเป็นใย อาจารย์ฮิมิยะเพียงแค่ยิ้มน้อยๆและบอกไม่เป็นไร ก่อนที่จะหันไปมุ่งความสนใจกับหนังสือเรียนอีกครั้ง 

 

น่าสงสารนะคัตสึมิพูดงึมงำกับตัวเอง 

 

สิ่งนั้นถูกสร้างมาแล้ว คงทำลายไม่ได้ง่ายๆแล้วล่ะ 

 

ฉันไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่านายกำลังพูดถึงอะไร

 

  เซกิคุงเคยได้ยินเรื่องสมุดสาปแช่งรึเปล่าล่ะ.... 

 

ไม่เคย..... ” 

 

  ในตำนานมีสมุดเล่มนึง ที่เมื่อเขียนอะไรลงไปสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นจริงๆ คนสมัยก่อนมักจะใช้สาปแช่งให้ศัตรูฝ่ายตรงข้ามล่มจม หรือ อวยพรให้ตนมีความสุข....

 

  ตำนานงี่เง่า  

 

  พูดอย่างนั้นระวังจะเจออะไรไม่ดีนะ เขาพูดคำแปลกๆอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม ผมมั่นใจแน่นอนว่า  คงไม่มีทางที่จะมีใครเข้าใจคำพูดของ   คัตสึมิได้ง่ายๆเลย

 

                     .....................................................................    

 

  ......ความฝันเฝ้าหลอกหลอน ลางมรณะเริ่มคืบคลานอยู่ใกล้ลมหายใจ......  

 

ลมอุ่นๆพัดโชยลอดหน้าต่าง ฮิมิยะเคาะปากกาลงครั้งแล้วครั้งเล่าระบายความเครียดที่เกิดจากความฝันน่ากลัวทุกๆคืน ยิ่งนับวันหล่อนยิ่งเหมือนอยู่ในสภาพนอนไม่หลับ หรือถ้าพูดให้ถูก คือ ไม่อยากนอนหลับเอาเสียเลย

 

พัดลมเก่าๆข้างโต๊ะพัดหึ่งๆเป็นจังหวะชวนง่วง หญิงสาวมองข้อสอบเก็บคะแนนในมือเพื่อที่จะลงมือตรวจข้อสอบ แต่ความง่วงที่เริ่มเข้าครอบงำ ทำเอาหล่อนทำอะไรไม่ถูกภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดลง 

 

อาจารย์ฮิมิยะคะ ช่วยหรี่พัดลมหน่อยสิคะ เอกสารปลิวหมดแล้ว....ภารโรงสาวแย้งเสียงใส หล่อนชะโงกตัวมองฮิมิยะก่อนจะเอ่ยอย่างแผ่วเบา

 

  อ้าว.....อาจารย์หลับแล้วเหรอ 

 

สมุดเล่มสีดำที่วางอยู่ใกล้มือฮิมิยะคลี่ตัวอย่างรวดเร็วตามแรงลมที่พัดผ่านหน้าต่าง 

 

เลือด..... 

 

หล่อนเห็นกองเลือดนองอยู่แทบเท้า แทบจะเผลอกรีดร้องหากไม่รีบเอามืออุดปากเอาไว้ หญิงสาวหันมองรอบด้านด้วยความกลัว ก่อนจะสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเนื้อถูกฉีกเป็นชิ้นๆ 

 

สำหรับสิ่งที่แกทำกับฉันเสียงทุ้มที่ดังก้องไปทั่วห้องโถงเก่าๆอัดแน่นไปด้วยความเคียดแค้น แต่ไม่มากพอจะกลบเสียงกรีดร้องที่ร่ำร้องทุรนทุรายจนฮิมิยะอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเสียงหมูเวลาโดนเชือด 

 

ซากเนื้อหล่นแผละห่างจากหล่อนไม่ถึงคืบ  ฮิมิยะต้องอุดปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงอู้อี้ในลำคอ

 

  ใคร!! ” เสียงแหบแห้งตวาดลั่น จนหญิงสาวรู้สึกถึงความกลัวที่กระจายไปทั่วทั้งตัว 

 

เฮือก.....หล่อนสะดุ้งสุดตัว มือเรียวไล่ปาดเหงื่อตามใบหน้า ต้องใช้เวลาอยู่นานไม่น้อยถึงจะปรับให้ลมหายใจกลับไปจังหวะเดิม 

 

อาจารย์ดูท่าทางไม่ดีเลยนะคะ 

 

อาจารย์ซานะ....ฮิมิยะอุทานเล็กน้อย เมื่อเห็นใบหน้าของหญิงสาวร่วมอาชีพ ดวงตาที่มองหล่อนด้วยความเป็นห่วงนั้นทำให้ หัวใจที่สั่นอย่างรุนแรงอ่อนลงไปทีละนิด

 

  มีอะไรรึเปล่าคะ ” 

 

  ป.....เปล่าค่ะสายตาที่มองอย่างจริงใจนั้น ทำให้หล่อนรู้สึกละอายใจเล็กน้อยที่ต้องโกหกมันไม่ใช่เรื่องที่ต้องให้ใครมาใส่ใจเลยแค่ความฝัน...... 

 

ฝันร้ายเท่านั้น

 

                       ....................................................................................    

 

    ......หญิงสาวหลอกตัวเอง ไม่เชื่อถ้อยทำนายผ่านความฝัน...... 

 

ต๊อก แต๊ก ต๊อก แต๊ก......      

เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นคอนกรีตดังเป็นจังหวะ ฮิมิยะกระชับกระเป๋าถือในมือแน่น หล่อนไม่ค่อยชอบผ่านเส้นทางนี้นักหรอก เพราะนอกจากจะเปลี่ยวแล้ว โจรยังชุกชุมเสียยิ่งกว่ายุง แต่ตอนนี้หล่อนกำลังรีบเพราะลืมรายงานที่ต้องส่งพนักงานชั้นผู้ใหญ่ชนิดต้องส่งด่วนรวดเร็วทันใจไว้ที่ห้องพัก จึงเลี่ยงทางลัดที่ใกล้บ้านสุดๆอย่างทางนี้เสียไม่ได้ 

 

ต๊อก......แต๊ก....... 

 

ฝีเท้าที่เร่งจ้ำหยุดลงกะทันหัน ฮิมิยะเหลือบมองซ้ายขวาละล่ำละลักเมื่อรู้สึกถึงอันตรายที่คืบคลานเข้าใกล้ ได้ยินเสียงกรีดร้องแว่วๆแต่เหมือนจะไม่ไกลเกินไปนัก 

 

กำลังฝันอยู่รึเปล่า...... 

 

หญิงสาวถามตัวเอง ก่อนจะขยี้หัวตัวเองตัวความหงุดหงิด 

 

เดี๋ยวนี้แค่ความฝันกับความจริงก็แยกไม่ออกแล้วเหรอเนี่ย.....แย่จริง 

 

หล่อนสาวเท้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะชะงักกึกเมื่อเห็นหยาดเลือดไหลขวางทางเธอ ฮิมิยะหันควับไปที่ต้นทาง หล่อนพยายามอุดปาก แต่ครั้งนี้ไม่สำเร็จ 

 

นี่ไม่ใช่ความฝัน.......นี่มันความจริง 

 

หญิงสาวเผลอกรีดร้องเต็มเสียง! จนฆาตกรหันมามองเธอ ใบหน้าชั่วร้ายของเขามองเธอเขม็ง หล่อนถอยร่นสองสามก้าวขาสั่นระริก ก่อนจะหันหลังสาวเท้าวิ่งหนีสุดแรง 

 

แก.....หยุดนะเสียงลากมีดดังตามทิศทางที่หล่อนวิ่ง บ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าฆาตกรกำลังวิ่งตามฮิมิยะอยู่ ขาทั้งสองข้างวิ่งสุดแรงทั้งที่สั่นระริกจนแทบก้าวไม่ออก หากถ้ามันไม่ได้แลกด้วยชีวิตของหล่อนแล้วล่ะก็ คงไม่มีทางที่จะฝืนกำลังของขาทั้งสองข้างได้เลยรองเท้าส้นสูงทั้งสองข้างหลุดออกจากเท้าโดยที่เจ้าของไม่มีเวลาจะมาสนใจ ฮิมิยะแผดเสียงร้อง หอบไปพลาง นัยน์ตามุ่งมองเพียงแสงสว่างจากตรอกข้างหน้าเป็นจุดหมายเดียว 

 

เสียงลากมีดหยุดลง และเหมือนจะเบาลงเรื่อยๆทันทีที่หล่อนก้าวออกจากเส้นทางลัดเลี้ยวนั้น เมื่อหญิงสาวหันกลับไปมองในตรอกมืดอีกครั้ง ชายหนุ่มก็แฝงตัวหายไปในความมืด ผู้คนที่พลุกพล่านหยุดมองดูหล่อนด้วยความแปลกใจ

 

      ฮิมิยะล้มแผละ ณ จุดนั้นก่อนจะที่ร้องไห้ระบายความหวาดหวั่นออกมาสุดแรง

 

   โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ หล่อนก็เข้าถลำลึกกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หญิงสาวจะถูกตามล่า ตราบจนสิ้นลมหายใจ '

                   ...................................................................................... 

 

แกต้องตาย......ฉันจะฆ่าแก 

 

ฮิมิยะสะท้านเฮือก ดวงตาสีดำสนิทเหลือบหันซ้ายขวาละล่ำละลัก ก่อนจะห่อตัวอย่างอ่อนแรง 

 

เสียง..... หล่อนได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยความอาฆาตดังก้องในหูบ่อยครั้ง จนรู้สึกว่าตัวเองกำลังประสาท อยากระบายความหวาดกลัวออกไปให้หมดแต่ก็ทำไม่ได้ 

 

จริงสิ...ระบาย  

 

มือเรียวเอื้อมไปคว้ามือถือรุ่นเก่าขึ้น ก่อนที่จะกดอย่างเชื่องช้าคล้ายลังเล

 

  แม่คะ.....เดี๋ยววันนี้หนูจะไปหานะคะ หนูมีเรื่องจะคุยกับแม่ 

เป็นอะไรรึเปล่าลูก เสียงไม่ดีเลย

 

  แม่.....หนูกลัว 

 

ไม่เป็นไรนะลูก แม่จะรอนะ  

 

น้ำเสียงเป็นห่วงนั่นทำให้หล่อนใจสั่นเล็กน้อย ฮิมิยะผ่อนลมหายใจเข้าออก ก่อนจะเดิน ไปที่ลานจอดรถข้างล่างอย่างอ่อนแรง  

 

        .......ความหวาดกลัวทำให้หล่อนกระเสือกกระสน หยิบยื่นความตายให้กับสิ่งที่สำคัญที่สุด.....   

 

                    ............................................................................ 

 

แกต้องตาย...ฉันจะฆ่าแก 

 

เสียงตวาดอย่างบ้างคลั่งร่ำร้องก้องไปทั่วหู ฮิมิยะกุมหูก่อนจะสะบัดไปมาเพื่อที่จะไล่คำๆนั้นออกไป หล่อนเผลอกรีดร้องอื้ออึงในลำคอจนอาจารย์หลายคนในห้องพักครูหันมามองด้วยความแปลกใจ

 

  อาจารย์ฮิมิยะ เป็นอะไรรึเปล่าคะอาจารย์ซานะถามด้วยความเป็นห่วง หากหญิงสาวได้แต่นั่งกุมหัว ตัวสั่นระริก พร่ำเพ้อออกมาแทบจะไม่เป็นภาษา 

 

กลัว.....ไม่เอา กลัวแล้ว ” 

 

  ใจเย็นๆนะ ทานกาแฟอุ่นๆก่อนดีไหมคะฮิมิยะพยักหน้าอือออ ไร้สติ มือเรียวละออกจากหัว ก่อนจะทิ้งตัวลงบนพนักพิง

  

แกร๊ก.... 

 

ถ้วยกาแฟอุ่นๆวางลงบนโต๊ะทำงาน ซานะนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน 

 

มีอะไร พอจะเล่าให้ฟังได้มั้ยคะ 

 

ฉันได้ยินเสียง.....มันจะฆ่าฉัน..... ”  

 

ถ้อยคำพร่ำเพ้อไหลออกมาราวกับท่อประปาแตก

วินาทีนั้น ฮิมิยะไม่สามารถโกหกได้อีกต่อไปแล้วหล่อนไม่สามารถที่จะหลอกตัวเอง

 

ได้ว่าเรื่องทั้งหมด เป็นแค่เรื่องบังเอิญ 

 

แกต้องตาย ฉันจะฆ่า ฆ่าทุกคนที่รู้เรื่องนี้  

 

                   ……………………………. 

 

  ‘ ……เสียงที่ปลุกหล่อนจากฝันร้าย จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่หญิงสาวอยากได้ยิน.......   

 

แกรู้แล้วสินะ เรื่องของฉัน ผู้หญิงคนนั้นบอกแกแล้วสินะเสียงแหบห้าวเอ่ยอย่างเชื่องช้า รอยแสยะยิ้มทำเอาหญิงชราใจหายวาบ ร่างกายกระปลกกระเปลี้ยถอนหลังกรูดจนติดผนัง 

 

แก....ไอ้ฆาตกรชั่ว อย่ามายุ่งกับลูกฉัน 

 

คงจะไม่ได้ ท่ามกลางความมืด เห็นเพียงแสงจากดวงจันทร์สะท้อนคมมีดแวววับและเสียงกรีดร้อง   

 

กริ๊งงงงงงงงงง 

 

เสียงโทรศัพท์ปลุกฮิมิยะให้ตื่นจากฝันประหลาด หญิงสาวตบมือสะเปะสะปะหาโทรศัพท์มือถือที่วางไว้ข้างเตียง ดวงตาที่กำลังหยีเพราะมีแสงลอดเข้าตามองเบอร์แปลกตาในมือก่อนจะกดรับอย่างเชื่องช้า

 

  เอ่อ.....นั่นคุณ ฮิมิยะ  นานากิ ใช่ไหมครับ.....ทางเรามีเรื่องต้องบอกคุณ ถ้อยคำที่เอ่ยเข้าหูทำให้เธอรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน เวลาหยุดเดินไปชั่วขณะ หล่อนนั่งนิ่งอยู่นาน.....กว่าที่เธอจะรู้สึกตัวอีกครั้ง 

 

ทุกคน...ตายแล้ว 

 

คุณแม่ 

 

คุณพ่อ 

 

โคจิโร่...... 

 

ถูกฆ่าแบบวิปริต

 

ถูกมันฆ่า 

 

คุณฮิมิยะครับ คุณ….. ” หญิงสาวนั่งนิ่งไม่เคลื่อนไหว....รู้สึกเพียงหยดน้ำอุ่นๆที่เคลื่อนตัวไหลอาบแก้ม โทรศัพท์มือถือหล่นลงบนที่นอน มือที่สั่นระริกทั้งสองข้างยกขึ้นมากุมหัว 

 

ฉันจะฆ่าแก 

 

ไม่เอาแล้ว....ไม่เอา! ”

 

 ฉันจะฆ่าแก 

 

ไปให้พ้น!!!! ” 

 

แกต้องตาย    

 

    คืนนั้น ฮิมิยะกรีดร้องสุดเสียง ลืมเลือนสติสัมปชัญญะไปชั่วเวลาหนึ่ง

 

                  .........................................................................................................  

 

 ‘ …..หล่อนถูกตราหน้าว่าเป็นบ้า ไม่มีใครฟังเสียงขอความช่วยเหลือจากปากของหล่อน......   

 

จะทำยังไงดี....

 

มันต้องมาฆ่าฉันแน่มันต้องมาแน่..... 

 

ฮิมิยะอยู่ในสภาพหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลาจนได้รับคำสั่งให้พักการสอนไปชั่วเวลาหนึ่ง 

 

  คุณน่าจะลองปรึกษาจิตแพทย์ดูนะคะอาจารย์หลายๆคนแนะนำหล่อนเป็นเสียงเดียว 

 

ไม่มีใครเข้าใจฉันหรอก....

 

ก็ไม่มีใครเจอแบบฉันนี่ 

 

หญิงสาวคร่ำครวญกับตัวเอง หล่อนก้าวเท้าแฝงตัวท่ามกลางผู้คนแออัดยัดเยียดอย่างเลื่อนลอย ลืมไปเสียด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังทำอะไร

 

  อาจารย์ฮิมิยะครับ  น้ำเสียงสดใสร่าเริงดังมาจากเบื้องหลัง ฮิมิยะหันควับมองดูเด็กหนุ่มที่กำลังยิ้มร่าให้หล่อน 

 

คัตสึมิคุงหญิงสาวพูดเสียงอ่อย 

 

เห็นอาจารย์ไม่ได้เข้าสอนตั้งหลายคาบ ผมก็นึกว่าอาจารย์เป็นอะไร ”  

 

ฉันกำลังพักร้อนจ้ะดวงตากลมโตเหมือนลูกแมวที่มองหล่อนเหมือนทะลุปรุโปร่งนั้นทำให้อดไม่ได้ที่จะรู้สึกน้ำลายฝืดคอ 

คัตสึมิ ถ้าไม่รีบเดี๋ยวก็ได้ไปโรงเรียนสายหรอกเสียงของฮาซามิดังแว่วๆ ตามมาด้วยใบหน้าเคร่งเครียดเหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังดุเด็กน้อย แต่ใบหน้านั้นเหมือนอ่อนลงเมื่อมองเห็นหล่อนคัตสึมิบอกลาหล่อน ก่อนจะวิ่งตามฮาซามิที่เดินลิ่วๆไปเสียไกลแล้ว      

 

   สายตาที่เหมือนเข้าใจนั่นมันคืออะไรกัน?  

 

                            ..........................................................................................      

 

 นับวันความกลัวก็เริ่มถลำถลึกเข้ามาในชีวิตของฮิมิยะ ความรู้สึกกินไม่ได้นอนไม่หลับทำเอาหญิงสาวซูบผอมจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม เริ่มแรกเพื่อนหลายคนมาเยี่ยมด้วยความเป็นห่วงเจือเวทนา ต่อมาภายหลังก็เริ่มห่างหายไปด้วยเอือมระอา ไม่มีจิตแพทย์คนไหนที่ช่วยเหลือหล่อนได้อย่างที่ใครๆแนะนำ 

 

ทั้งหมดมันเริ่มต้นจากอะไร......? 

 

ฮิมิยะถามตัวเองพลางมองไปรอบห้องที่เริ่มสกปรกและรกรุงรังเพราะเจ้าของไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะมานั่งใส่ใจอะไรได้ 

 

ครืด...... 

 

เสียงสมุดปกดำพลิกอย่างรวดเร็วตามแรงลมจากหน้าต่างสะดุดความสนใจของหญิงสาว ร่างซูบซีดผุดลุกขึ้นหยิบสมุดนั่น

 

 ใช่แล้ว ไอ้สมุดเวรนี่ไง......คุณลุง...... 

คับคล้ายว่ามีเสียงกลไกหมุนเวียนในสมอง ฮิมิยะรีบคว้าโทรศัพท์มือถือกดเบอร์โทรของต้นเหตุของเรื่องนี้ทั้งหมด 

 

สวัสดีค่ะเสียงคุณป้าดังลอดเข้าหูแทนที่จะเป็นคุณลุงเอาให้หล่อนลดความวู่วามลงเล็กน้อย

 

  สวัสดีค่ะคุณป้า นี่นานามินะคะ....ถ้าเป็นไปได้ขอรับสายคุณลุงได้ไหมคะ?ปลายเสียงนั้นเงียบลงไปพักใหญ่ๆจนฮิมิยะอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเปลืองเงินในมือถือ 

 

คงเป็นไปไม่ได้หรอกจ้ะ 

 

ทำไมล่ะคะ....? 

 

ก็ลุงของหนูแกเสียไปหลายปีแล้ว ป้าก็คิดว่านานะจังจะรู้เรื่องนี้แล้วซะอีก

 

 นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน....ลุงตายไปแล้วแล้วใครเป็นคุณส่งสมุดนรกนี้มา หล่อนคลี่สมุดในมือก่อนที่จะเปิดอ่านอย่างเชื่องช้า ถ้าเรื่องทั้งหมดมันเกิดจากสมุดเล่มนี้ถ้าลบทิ้งไปซะเรื่องทั้งหมดจะจบลงรึเปล่านะ

 

 ฮิมิยะมองปากกาลบคำผิดในมืออย่างมีความหวัง หล่อนกดมันลงบนสมุด แต่มันกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น จะลบอย่างไรก็ไม่ออก ทั้งฉีก ทั้งกระชากก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

 

ไม่มีทางที่หล่อนจะหยุดชะตากรรมที่เขียนออกมาด้วยตัวเองได้เลย......  

 

   ‘…….เมื่อความหวังสุดท้ายถูกทำลาย หล่อนจะกระเสือกกระสน ทุรนทุราย....... 

 

เสียงกระซิบดังแว่วอยู่ข้างหู ฮิมิยะหันซ้ายขวาอย่างหวาดหวั่น ภายในห้องไม่มีใครอยู่ในห้องเลยนอกจากหล่อนคนเดียว แล้วเสียงประหลาดนั่นมาจากไหน

 

  ใคร.... เสียงเอื้อนถามจากปากหล่อนเบาหวิวจนแทบไม่ได้ยิน หากไม่มีเสียงตอบ มีเพียงเสียงกระซิบรำพันดังแผ่วๆ 

 

       .....สิ่งที่ตามล่าหล่อนจะตามพบ หญิงสาวหวาดผวาเมื่อได้ยินเสียงลากมีดลั่นไปตามเส้นทาง..... 

 

นัยน์ตาของฮิมิยะแทบเหลือกถลน เมื่อหล่อนพบว่าต้นเสียงดังจากสมุดประหลาดในมือ เมื่อหล่อนกำลังเอียงหูแนบชิดเพื่อให้แน่ใจ หญิงสาวก็ได้ยินเสียงแสบหูของมีดที่ลากไปตามพื้นคอนกรีต

 

 ปัง! 

 

เสียงกระแทกประตูอย่างรุนแรงทำเอาฮิมิยะสะดุ้งโหยง มองไปยังประตูอย่างกระสับกระส่าย

 

 ฉันจะฆ่าแก

 

  หยุดนะ!!!! ”  

 

 แกจะต้องตาย  หญิงสาวรีบถลาตัวไปที่หน้าต่าง ก่อนที่จะทรุดตัวอย่างหมดหวัง เมื่อความสูงของห้องเธอมันไม่สามารถที่จะทำให้เธอตกลงไปโดยไม่ตายได้เลย 

 

‘ …..ประตูบานน้อยไม่อาจต้านแรงกระแทกของสันมีด ทันทีที่ประตูเปิดออก หล่อนจะถูกฆ่า....... 

 

ปัง!! 

 

ถ้าต้องตายอย่างวิปริตแบบนั้น ก็ขอตายด้วยตัวเองดีกว่า..... ฮิมิยะปีนป่ายยืนอยู่บนขอบหน้าต่าง สายลมอุ่นๆพัดตีหน้าคล้ายจะขวางหล่อนไว้